Na kittikoon Homepage

ระยะสภาพจิตใจของพ่อแม่เมื่อรู้ว่า……..

ณิชาภัทร ศรีนฤวรรณ (ครูณิช)

ห่างหายกันไปนาน มาคราวนี้ดิฉันมีหัวข้อที่น่าสนใจมานำเสนอคะ ซึ่งดิฉันคิดว่ามีประโยชน์ต่อคุณพ่อคุณแม่ คนรอบข้าง และคนอื่นๆในสังคม ที่จะได้เรียนรู้และเข้าใจสภาพจิตใจพ่อแม่ของเด็กที่มีความต้องการพิเศษมาก ขึ้น โดยธรรมชาติของมนุษย์เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับตัวเองทุกคน ต้องใช้เวลาในการปรับตัวเพื่อยอมรับเหตุการณ์หรือสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น แต่ละคนจะใช้เวลามาก-น้อย แตกต่างกันไป แต่ทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่ของเด็กที่มีความต้องการพิเศษทุกท่านอย่าใช้เวลาใน การปรับตัวนานมากนะคะ เพราะแต่ละวันของลูกน้อยที่ผ่านไปมีค่ามากต่อการส่งเสริมศักยภาพ เพราะหากเลยช่วงวัยในการพัฒนา ศักยภาพต่างๆจะพัฒนาได้ช้าหรือค่อนข้างลำบาก เมื่อทราบถึงความสำคัญของการปรับสภาพจิตใจแล้ว เรามาดูกันนะคะว่าแต่ละระยะเป็นอย่างไรกันบ้าง

ระยะที่ ๑ เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทราบว่าลูกสุดที่รักของตนเองเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษ หลายคนคงไม่ปฏิเสธใช่ไหมคะว่าความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นกับตนเองคือ “ช๊อก”

ระยะที่ ๒ หลังจากนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็จะเกิดความรู้สึก “ปฏิเสธ” หรือไม่ยอมรับว่าลูกของตนเองเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

ระยะที่ ๓ ต่อจากนั้นก็จะก้าวเข้าสู่ระยะ “โทษตัวเอง” ว่าเป็นความผิดของตนเองที่เป็นเหตุให้ลูกเป็นแบบนี้

ระยะที่ ๔ “ซึมเศร้า” ผู้ปกครองที่อยู่ในระยะนี้มักคิดมาก หลีกเลี่ยงการพบปะผู้คน ไม่รู้ว่าตนเองจะทำยังไงต่อไปกับชีวิตตัวเอง ลูก และคนอื่นๆ

ระยะที่ ๕ “ยอมรับ” ระยะนี้เป็นระยะที่มีความสำคัญมาก การที่คุณพ่อคุณแม่จะก้าวข้ามมาถึงขั้นนี้ได้ต้องได้รับกำลังใจและความช่วย เหลือจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะคู่สามี-ภรรยา เพื่อให้กำลังใจกันและกัน และร่วมช่วยกันหาทางพัฒนาศักยภาพลูกสุดที่รักร่วมกัน

ขอย้ำอีกครั้งนะคะว่าแต่ละคนใช้ระยะเวลาในการยอมรับเพื่อปรับตัวแตกต่างกัน และอาจไม่เรียงตามระยะที่เขียนไว้โดยเฉพาะระยะที่ ๒-๔ ที่อาจมีสลับระยะกันบ้าง

หลังจากที่คุณพ่อคุณแม่ คนรอบข้าง และคนในสังคม ได้รับรู้ระยะสภาพจิตใจของคุณพ่อคุณแม่เด็กที่มีความต้องการพิเศษแล้ว อย่าลืมให้ความเข้าใจและให้ความรักแก่พวกเขาด้วยนะคะ เพื่อเป็นกำลังในการชะโลมใจให้คุณพ่อคุณแม่ของเด็กที่มีความต้องการพิเศษมี กำลังใจในการร่วมมือกันเพื่อพัฒนาลูกน้อยที่น่ารัก

ปิดการแสดงความคิดเห็น.